Menu

Wednesday, April 29, 2009

Only Change is Certain


[image by: จิตต์ จงมั่นคง]

รูปข้างบนนี้มีชื่อว่า "เมื่อพายุโหม" เป็นผลงานชนะเลิศรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนิทรรศการภาพถ่ายศิลปะนานาชาติครั้งที่ 2 โดยสมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี 2505 ผลงานของอาจารย์จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(ถ่ายภาพศิลปะ) พ.ศ. 2538 ซึ่งถึงแก่กรรมไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ และเผอิญว่าหลานของอาจารย์จิตต์เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเรา เลยทำให้เราได้พบเจอร่วมโต๊ะอาหารพูดคุยกับท่านอยู่บ้าง และได้เรียกท่านว่า 'คุณปู่'

ครั้งแรกๆที่เราเจอปู่เราก็ไม่รู้หรอกว่าปู่เป็นปูชนียบุคคลด้านถ่ายภาพของไทย ไม่รู้ว่าเป็นศิลปินแห่งชาติ และไม่รู้ว่าภาพในบ้านเพื่อนเป็นผลงานของปู่เอง จนกระทั่งวันนึงได้ยินคนพูดถึงปู่และรูปที่แขวนอยู่โดดเด่นที่สุดในบ้าน นั่นก็คือรูปที่อยู่ด้านบนนี้เอง เราถึงได้รู้ว่าปู่ที่เรารู้จักเป็นบุคคลระดับตำนานของไทย หลังจากนั้นเลยภูมิใจทุกครั้งที่ได้นั่งกินข้าวกับปู่หรือว่าเวลาที่ปู่ถ่ายรูปให้ (ถึงแม้จะไม่เคยเห็นรูปที่อัดออกมาก็เถอะ)

เรื่องราวของรูปข้างบนนี้แบบสรุปให้ฟังคือ มันเป็นเทคนิคการตัดแต่งภาพ 2 ภาพเข้าด้วยกัน คือรูปคนถ่อเรือที่ถ่ายที่คลองบางรัก ฉากหลังเป็นเพียงบ้านริมคลองเกะกะรกตา กับภาพเมฆฝนอีกภาพหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ความละเอียด พยายาม และเทคนิคสูงมากๆในยุคสมัยที่บ้านคนทั่วๆไปยังไม่มีคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ (Photoshop พึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2531)

สิ่งที่อยากจะบอกคือถ้าเด็กสมัยนี้ที่เกิดมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลและโปรแกรมปรับแต่งภาพที่ทำมาให้ใช้ได้ง่ายมากๆมาเห็นรูปนี้ อาจจะไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของมันเลยก็ได้ เพราะคงจะคิดว่าใครก็สามารถทำได้เหมือนๆกัน และนั่นก็ทำให้เราเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าความรู้สึกของช่างภาพที่ทำงานในห้องมืดมาตลอดชีวิตที่มีต่อโปรแกรมแต่งภาพบนคอมพิวเตอร์นั้นเป็นยังไง -- จะเป็นความชื่นชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือ ความรู้สึกหวั่นใจว่าคุณค่าของผลงานตัวเองจะลดลงไปในอนาคต

ที่เราสงสัยแบบนี้เพราะว่ามีโปรแกรมที่กำลังฮิตขึ้นมาชื่อว่า Poladroid ที่เป็นโปรแกรมแปลงรูปดิจิตอลให้กลายเป็นรูปเสมือนรูปถ่ายจากกล้อง Polaroid ทั้งสี กรอบรูป และ effect ต่างๆเช่นรอยนิ้วมือบนรูป ซึ่่งเราที่พึ่งจะเริ่มเล่นกล้อง instant ของ Fuji อยู่รู้สึกว่า ต่อไปคนจะรู้ได้ยังไงว่ารูปของเราเป็นรูปที่เราถ่ายมาด้วยกล้อง instant จริงๆ ไม่ได้เป็นการแต่งโดยโปรแกรม (มันเป็นเหมือนศักดิ์ศรีนะจะว่าไป เพราะเราก็รู้สึกว่าเราลงทุนกับค่าฟิล์ม instant แต่ละรูปไปไม่น้อยเลย)

ถ้ามาคิดดูดีๆก็คงเหมือนช่างภาพฟิล์มตอนกล้องดิจิตอลพึ่งพัฒนา ซึ่งตอนนั้นคนทั่วไปก็คงรู้สึกดีเพราะมันลดค่าใช้จ่ายในการซื้อฟิล์มไปได้เยอะมาก หรือเหมือนความรู้สึกของ sound engineer ที่ทำงานแบบ analog มาตลอดจนกระทั่งมีการบันทึกเสียงแบบดิจิตอล หรือแม้กระทั่งพ่อครัวทำอาหารที่มาเจอกับอาหารสำเร็จรูปเป็นครั้งแรก ซึ่งเหล่านี้แต่ละคนคงมีคำตอบไม่ต่างกัน เช่นเราเชื่อว่าปู่ หรืออาจารย์จิตต์ คงไม่ได้ต่อต้านกระแส digital processing เท่าไหร่ (อาจจะตื่นเต้นด้วยซ้ำ) แต่ในที่สุดแล้วความเปลี่ยนแปลงนั้นคงไม่สามารถเลี่ยงได้ ไม่ว่าคนทำงานมาก่อนจะรู้สึกยังไงมันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาก่อนก็ตาม ... มันคือความรู้สึกความต้องการของคนใช้งานหมู่มากต่างหากที่จะกำหนดทิศทางของความเปลี่ยนแปลงได้

แค่นั้นเองจริงๆ


Link:
- อ่านเรื่องราวโดยละเอียดของรูป เมื่อพายุโหม ที่นี่
- อ่านบทสัมภาษณ์ อ.จิตต์ จงมั่นคง ที่นี่

2 comments:

  1. สมัยเรียนวิชาโฟโต้จะชอบมาก เวลาผสมน้ำยา เขย่าฟิล์ม ฉายแสงรูป แล้วเอามันไปจุ่มในบ่อน้ำยา
    ชอบบรรยากาศในห้องมืดด้วย สมัยนั้นหนังเรื่องชัตเตอร์มันยังไม่เข้า เลยยังไม่กลัวปี๋

    ReplyDelete